MIYAVI FAMILY MAN>A<

posted on 27 Jan 2012 11:28 by satikar-bo-poem
 
 
 
 
เป็นคุณพ่อที่น่ารักมากอัพทวิตมีแต่เรื่องลูกสาวทั้งสองตลอดเวลาเข้าไปเช็คทวิตแล้วรู้สึกสดชื่น
ช่วงนี้บิงานยุ่งมากมายล่าสุดไปเล่นดนตรีที่งานปารีสคอเลคชั่นด้วยแนวจริง^^
ลายสักใหม่อย่างที่เห็นรำไรตรงหน้าอก........สวยมากมายลายกระหวัดพู่กันอักษรจีนอีกแล้ว
คาดว่าอาจจะเป็นคำภีร์อะไรอีก???อันนี้ไม่มีข้อมูลแหะ-*-
จองตั๋วคอนเสริตลร์กไปแล้วนะรอตั๋วกำลังผลิตอยู่เฝ้ารอดูคอนเสริตไม่ไหวแระ..
แด๋วถ้าได้ดูคอนวันที่ 7 มีนา จะเอาภาพบรรยากาศเรื่องราวมาฝากกัน
ยังไงก้เชียร์ซามุไรพ่อลูกอ่อนคนนี้ด้วยอยากให้มีเอเชียทัวร์อีกนะ....มาไทยๆๆๆ5555+

Share

posted on 27 Jan 2012 11:26 by satikar-bo-poem

http://www.mediafire.com/?gwtddjyfiul  FICTION JINXRYOXPI [SILENT ROOM] 

 http://www.mediafire.com/?jttymnnjm0m FICTION RYOXPI,TOMAXUCHI,AKAME[ ABOUT OF LOVE]

WALLPAPER 1600 px

 http://www.mediafire.com/?a4e8oav95a6vzhj YAMAPI

 http://www.mediafire.com/?s9vcg6b5zvue7ro JIN AKANISHI

 http://www.mediafire.com/?afj11kl1g7dbj00 RYO NISHIKIDO

 http://www.mediafire.com/?la5193o49oi1d5a TOMA IKUTA

 http://www.mediafire.com/?l8nspa4m3qj8dy6 UCHI HIROKI

 

EMOTION part :1

posted on 27 Jan 2012 10:59 by satikar-bo-poem



[Fiction] Emotion : part1
RyoxChi with Jin
Story : Drama romance
Writer : Buble_b

……………………………………………………………


ถ้าความรักมันเป็นแค่ความรู้สึก.....
ตัวฉันเองจะก้มหน้ายอมรับว่ามันแปรเปลี่ยนและแตกหักได้ง่าย
ทำลายใจของคนบางคนให้แหลกสลายได้อย่างเลือดเย็น

แต่เพราะทุกอณูในร่างกายทุกชีวิตทุกลมหายใจมันกลายเป็นความรัก ....รักที่มีให้เพียงเธอตลอดมา 

ใบหน้าหวานและดวงตาสวยหลับพริ้ม ...น้ำตาที่ไหลต่อเนื่องลงมาอย่างไม่ขาดสาย
ไหล่บอบบางสั่นเทาแผ่นหลังที่หนาวเหน็บพิงกำแพงที่เย็นเฉียบอยู่ที่มุมๆหนึ่งหลังตึกคณะนิเทศศาสตร์
สายลมพัดเบาสะท้อนแสงสีส้มยามเย็นดูน่าเศร้า
และความหม่นหมองบนใบหน้าสวยหวานทำให้เย็นวันนี้ดูหดหู่เหลือเกิน

ถ้าไม่ใช่เพียงเพราะคำพูดจากคนหนึ่งคนที่แอบรักมาตลอดชีวิต.....
คงไม่ทำให้ใครบางคนร้องไห้ได้มากมายขนาดนี้


“ไม่มีทางที่กูจะชอบผู้ชายเว้ย...ต่อให้ผู้หญิงหมดโลกก็เถอะ..ไอ้ห่าจิน”

เสียงกวนอารมณ์และท่าทีหน้าตาจริงจังมันเป็นเอกลักษณ์ของผุ้ชายคนนั้น....
คนที่ดึงดูดผู้คนให้อยากเข้าหาเสมอ “นิชิกิโด เรียว” 
ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องตลกในวงสนทนาที่สโมสรคณะ
แต่ในกลุ่มเพื่อนๆที่หัวเราะกับท่าทีไล่เตะต่อยกันของคู่เพื่อนซี้เรียวจินอย่างสนุกสนานเฮอา 
มีวูบหนึ่งที่ใบหน้าหวานดูเศร้าลง มันหัวเราะไม่ออกและไม่ได้ดูตลกเลยซักนิด
ฮิโรกิปลีกตัวออกจากกลุ่มชาวคณะและเดินหลบออกมาพร้อมกล้องตัวโปรด 
เดินลัดไปตามทางข้างสวนเก่าแก่มุ่งไปยังตึกหลังคณะอักษร……
เสียงชัตเตอร์ของกล้องดังรัวเป็นจังหวะ.... ทั้งๆที่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม...
ฮิโรกิเคยคิดว่าการได้ถ่ายรูปท้องฟ้ามันจะทำให้ตนเองมีความสุขที่สุด 
ทั้งที่พยายามจะเข้มแข็งและเป็นปกติให้ได้แต่ความอึดอัดที่อยู่ในหัวใจ

มันหลอกกันไม่ได้เลย …………..

น้ำตาเริ่มไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว ไม่มีทางเป็นไปได้สำหรับเรื่องแบบนี้ ก็บอกตัวเองอยู่ตลอด 
เก็บความรู้สึกดีๆไว้กับตัวเองแต่ความเจ็บปวดที่ไม่อาจบอกรัก
มันคงทรมาณจนลืมความหนาวของเดือนตุลาได้เลยทีเดียว
และเมื่อมือเรียวนั้นบาดน้ำตาให้เหือดแห้ง
ดวงตาที่แดงช้ำจ้องค้างกับสองหนุ่มตรงหน้าที่มายื่นทำหน้าตาเข้มและเป็นกังวล


“อ้าววมาไงอะเรียว..จินด้วย?”

ใบหน้าหวานยิ้มเศร้าๆตกใจกับการปรากฏตัวของคนทั้งคู่

“ก็แล้วทำไมมาอยู่ตรงนี้หละฮิโระ?”

เสียงเข้มพร้อมใบหน้าหล่อคมของจินที่ยื่นใกล้อียงคอมองเล็กน้อย
ก่อนที่มือใหญ่จะยีเส้นผมนุ่มบนหัวเจ้าชายน้อยให้ยุ่งเหยิงคล้ายการปลอบใจและไม่คิดจะถามหาเหตุผล 
หากแต่ว่าน้ำเสียงยียวนกวนประสาทพูดแทรกขึ้นมาตามเอกลักษณ์ของตัวร้ายแสนแสบ
อย่างนิชิกิโด เรียวดังขัด


“เฮ้ยก็ขี้แงแบบเนี้ย...ร้องไห้ไม่มีเหตุผล...มันบ้า..ไปโอ๋อีกแระไอ้จิน
...ฮิโระมันอยู่ปี1แล้ว..ไปโอ๋มันยังกะเด็กๆ”

นิ้วมือที่แข็งกระด้างจากการเล่นกีต้าร์เกี่ยวเอาข้อมือเล็กๆของเจ้าชายน้อยขี้แงมากุมไว้ให้ถอยห่างจากจิน
และจูงมือให้เดินไปตามใจตนเอง


“ไปกินราเม็งกันดีกว่าเนอะ^^”

เสียงของเรียวร่าเริงและเริ่มจูงมือเจ้าตัวเล็กให้เดินตามมาอย่างว่าง่าย
ก็เพราะคือคนที่แอบรักได้เท่านี้ก็มีความสุขมากเกินพอแล้วสำหรับฮิโรกิ 
ใบหน้าหวานเริ่มมีรอยยิ้มแต่งแต้ม
....ทำให้ชายร่างสูงที่เดินรั้งท้ายหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบและเดินดูคนทั้งคู่จูงมือกันอย่างใจเย็น

สามหนุ่มอยู่หมู่บ้านเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก........
ถึงแม้ฮิโรกิจะเป็นเด็กที่สุดในกลุ่มแต่ก้เป็นเหมือนเพื่อนและน้องชายของทั้งคู่ 
ขณะที่เรียวและจินเป็นรุ่นพี่ปี3เอกดนตรีแล้ว
แต่สำหรับฮิโรกิการเป็นน้องใหม่เอกถ่ายภาพก็เป็นอะไรที่เรียวและจินพอใจมาก 
ตั้งแต่เด็กจนโตพวกเค้าทั้งสามก็เรียนที่เดียวกันมาตลอดไม่เคยห่างกัน
จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นเรื่อยมา 
ทั้งสามคนเดินเรื่อยมาจนถึงลานจอดรถ
หญิงสาวตัวเล็กน่ารักยืนยิ้มอย่างเขินอายในชุดวันพีชสั้นทรงเข้ารูปยื่นพิงประตูรถคันงาม
พร้อมส่งสายตามายังชายหนุ่มตัวร้ายจนฮิโรกิรู้สึกอึดอัด


“เออเรียว..ฉันลืมเลนส์อะ..นายกลับไปก่อนเลยนะ”

คนตัวเล็กเดินหันหลังกลับโดยไม่หันกลับมามองเรียว
และหญิงสาวที่ยื่นอยู่ข้างกันแล้วในตอนนี้ หากแต่คนที่ไม่รับรู้อะไรเช่นเรียวก็ได้แต่พยักหน้ารับ

“เฮ้ยเมิงจะไปไหนอะ..เรียว..ปล่อยฮิโระไปคนเดียวได้ไง?”

นำเสียงปนตำหนิอย่างเห็นได้ชัดของจินก้ไม่ได้ทำให้เรียวสะทกสะท้านเช่นกัน


“เออก็ตามไปดูแล้วก็พากลับบ้านด้วยเลยดิ..ฝากด้วยหละกันเมิง”

เรียวบอกพร้อมเสียงสตาร์ทรถจากไปอย่างรวดเร็ว
ร่างสูงได้แต่ขับตามแผ่นหลังบางที่ดูเศร้าๆไปยังรั้วข้างลานจอดรถ
พร้อมปีบแตรแกล้งทำเสียงใส 

“ฮิโรกี้~ไอแอมเวรี่ฮังกรี้~~~>A<”

รอยยิ้มอ่อนโยนและบางมุมที่บ้าบอทำให้ฮิโรกิฉีกยิ้มกว้าง


“อืมมต้องเป็นร้านที่มีเค้กด้วยนะจิน^^”

เสียงสดใสดูร่าเริงขึ้นเพราะจินรู้ว่าเจ้าชายน้อยจะมีความสุขกับการได้กินของอร่อยเสมอ

เจ้าชายน้อยได้ทานดินเนอร์อร่อยตามด้วยเค้กสมใจก็ถึงเวลาตามใจพี่จินกันบ้างแล้ว 
เป็นครั้งแรกที่ฮิโรกิเที่ยวกลางคืนเพื่อนๆของจินมีแต่ชาวต่างชาติฮิโรกิจึงไม่รู้สึกอึดอัด
ถึงแม้ว่าเสียงเพลงและผู้คนจะเบียดเสียดไปบ้างเจ้าชายน้อยก็ยอมรับว่า….
จินมักมีมุมมองในการสอนฮิโรกิเสมอ 
จินไม่ถามแต่ปล่อยให้คิด 
จินไม่ได้ปลอบโยนด้วยคำพูดแต่มักทำเรื่องที่ทำให้สบายใจได้เสมอ 
การที่ต้องมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ก็ถือเป็นการเปิดมุมมองโลกบ้าง

แต่เรื่องตลกร้ายก็เกิดขึ้นบนโลกของเราได้เสมอเช่นกัน
ตรงมุมวีไอพีโซฟาหนังสีดำมันขลับเต็มไปด้วยหญิงสาวสวยและเหล่าเซเลบมากหน้าหลายตา 
แต่คนที่ฮิโรกิแสนจะคุ้นตา มันเป็นใครไปไม่ได้หรอกนอกจากผู้ชายเพียงคนเดียวคนนั้น 
ท่าทีมึนเมากับท่าทางมีความสุขที่ถูกหญิงสาวรายล้อมทำให้ฮิโรกิรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม 
ผู้คนที่เบียดเสียดบวกกับแอลกอฮอล์เล็กน้อยทำให้ฮิโรกิรู้สึกเวียนหัว 
ใจคิดอยากจะเดินออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ร่างกายบอบบางนั้นกลับเซจนจะล้ม 
โชคดีที่แขนแกร่งของพี่จินประครองเอวนั้นไว้จึงไม่ลงไปกองอยู่กับพื้น 

ฮิโรกิรู้สึกได้ถึงสายลมเบาๆที่ปะทะบนใบหน้าเมื่อได้กลับมานั่งบนรถดังเดิม 
ปลายขนตายาวเริ่มชื้นและจับกันเป็นแพอีกครั้ง........ 
ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำใสยิ่งช้ำหนักกว่าเมื่อตอนเย็น 
จินได้แต่ปล่อยให้ฮิโรกิร้องไห้จนกว่าจะพอใจ
....ความเงียบภายในรถที่ฮิโรกิรู้สึกสงบกลับทำให้คนอีกคนอึดอัดจนต้องพูดออกมา


“ฮิโระ....ทำไมหละ?”

คำถามลอยๆพลุดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสีหน้าด้านข้างของจินดูตรึงเครียดกว่าที่เห็น
เจ้าชายตัวน้อยรู้ดีว่าจินเริ่มรับรู้ความลับของตนแล้ว


“อะไรอะ..ปล่าวซะหน่อย..ฉันก้แค่เมาหนะ”

ใบหน้าหวานยิ้มเจื่อนๆมันเป็นการฝืนยิ้มที่คนอย่างจินมองออกได้อย่างง่ายดาย


“ทำไม..ถึงเป็นคนอื่นไม่ได้หละฮิโรกิ”

เร็วกว่าความคิดแขนแกร่งโอบเอาไหล่บางที่สั่นเทานั้นเข้ามาสวมกอดไว้แน่นราวกลับจะหลุดหายไป.......
น้ำตาอุ่นยิ่งเปียกชื้นลงบนปกเสื้อของพี่ชายที่แสนดีหนักกว่าเก่า 
ในขณะที่ใบหน้าหล่อคมเลื่อนเข้าไปเพื่อหวังประทับรอยจูบปลอบโยน
ใบหน้าเรียวสวยกลับเบือนหลบและแรงดันอกเบาๆทำให้สติของจินกลับคืนมา


“อืมม..ง่วงนอนแล้วกลับบ้านกันดีกว่าเนอะ”

จินถอนหายใจก่อนจะชวนกลับบ้านด้วยน้ำเสียงปกติ 

ตลอดทางกลับบ้านความเงียบเข้าครอบงำพร้อมความสับสนในใจของเจ้าชายน้อย 
จวบจนล้อสีดำหยุดหมุนหน้าบ้านตระกูลอุดจี้ ..........
เจ้าชายน้อยได้แต่ยิ้มเล็กๆและเดินเข้าบ้านไปอย่างเหงาๆพร้อมกับพ่อบ้านและแม่บ้านเก่าประจำตระกูล
บ้านหลังกว้างสไตส์ญี่ปุ่นที่ต้องอยู่คนเดียว มันดูช่างว่างเปล่าในความรู้สึกของฮิโรกิ 
หลังจากที่แช่น้ำอุ่นจนจิตใจสงบ ร่างบางในชุดยูคาตะสีขาวก็นั่งอยู่ที่ชานหน้าห้องนอน
ที่ซึ่งเป็นสวนญี่ปุ่นสไตส์โบราณจัดอยู่หลังห้องนอนของคุณชายน้อย 

เสียงน้ำตกเล็กๆเป็นจังหวะทำให้รู้สึกสงบอย่างประหลาด
ทันใดนั้นแสงสีส้มนวลสะท้อนจากกระจกฝ้าตึกสไตส์ยุโรปหลังใหญ่ที่กำแพงติดกัน
เสียงเปียโนอ่อนโยนใสไพเราะก้องกังวาน ใบหน้าสวยได้แต่ยิ้มเล็กๆเพราะรู้ว่าใครเป็นคนก่อให้เกิดโน้ตเหล่านั้น 
เค้าคือ อคานิชิ จินพี่ชายที่แสนอบอุ่นใจดีชองตน ถึงแม้ว่าจะรู้ดีว่าเห็นแก่ตัวและทำร้ายจินมากเพียงใดแต่เวลาที่อ่อนแอฮิโรกิยอมรับกับตัวเองว่ามักจะคิดถึงจินเป็นคนแรกเสมอ 
ในขณะที่อีกด้านของกำแพงคือแสงสีส้มนวลอ่อนโยน แต่เงาที่พาดผ่านเบื้องหลังร่างบางอันแสนบริสุทธิ์นั้นคือเงามืดของเรียวที่ยืนมองทุกอิริยาบถของเจ้าชายน้อย

“หึ...สุขจนเก็บอาการไม่อยู่เลยรึไง..ฮิโระ”

น้ำเสียงทิ่มแทงที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร ทำให้ใบหน้าสวยหวานหันกลับไปจ้องกลับอย่างเอือมระอา


“เมามากเหรอเรียว?...กลับบ้านนายดีกว่านะ”

น้ำเสียงเย็นชาจากริมฝีปากสวยทำให้ผู้มาเยือนไม่สบอารมณ์นัก


“อืม..อาจจะเมาจริง..แต่ก็ไม่ได้ตาฝาด..ฮิโรกิ..ถ้านายจะลงทุนขนาดแกล้งเมาเพื่อจับไอ้จิน...นายไม่ต้องทำก็ได้....ยังไงมันก็ชอบนายอยู่แล้วแหละ..เห็นกอดกันกลมเลยหนิ”

คำพูดถากถางยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีการยอมความให้กัน


“อ้าวงั้นเหรอ???ที่จริงถ้าฉันแกล้งเมาอีกนิด....จินคงมาส่งฉันถึงห้องเลยแหละ.....ว่าแต่เรียวมาที่นี่ทำไมหละ....รึว่ามันอิ่มจนจุกอกแล้ว??” 

คำพูดนิ่มๆแต่เฉียดเฉือนอารมณ์ของฮิโรกิ....บันดาลโทสะของชายหนุ่มที่แข็งกร้าวอย่างเรียวราวกับโยนเชื้อไฟ
ฮิโรกิถูกกระชากสาบชุดมาด้วยแรงโกรธของเรียวจนตัวโยน... ใบหน้าหวานหลับตาแน่นเพราะคิดว่าจะโดนทำร้ายแน่ๆ
แต่ความโมโหของเรียวมันมากเกินขอบเขตของเพื่อนทะเลาะกัน 
แล้วมันคืออะไร หากมันไม่ใช่ความหึงหวงที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจของนิชิกิโด 
การที่ทำท่าทีนิ่งเงียบไม่รับรู้และบ้าบอไปวันๆก็เพราะเพื่อนรักก็รักคนคนเดียวกัน 

ริมฝีปากอันหยาบคายบดเบียนริมฝีปากนุ่มหวานอย่างรุนแรง ดึงดั