MIYAVI FAMILY MAN>A<

posted on 27 Jan 2012 11:28 by satikar-bo-poem
 
 
 
 
เป็นคุณพ่อที่น่ารักมากอัพทวิตมีแต่เรื่องลูกสาวทั้งสองตลอดเวลาเข้าไปเช็คทวิตแล้วรู้สึกสดชื่น
ช่วงนี้บิงานยุ่งมากมายล่าสุดไปเล่นดนตรีที่งานปารีสคอเลคชั่นด้วยแนวจริง^^
ลายสักใหม่อย่างที่เห็นรำไรตรงหน้าอก........สวยมากมายลายกระหวัดพู่กันอักษรจีนอีกแล้ว
คาดว่าอาจจะเป็นคำภีร์อะไรอีก???อันนี้ไม่มีข้อมูลแหะ-*-
จองตั๋วคอนเสริตลร์กไปแล้วนะรอตั๋วกำลังผลิตอยู่เฝ้ารอดูคอนเสริตไม่ไหวแระ..
แด๋วถ้าได้ดูคอนวันที่ 7 มีนา จะเอาภาพบรรยากาศเรื่องราวมาฝากกัน
ยังไงก้เชียร์ซามุไรพ่อลูกอ่อนคนนี้ด้วยอยากให้มีเอเชียทัวร์อีกนะ....มาไทยๆๆๆ5555+

Share

posted on 27 Jan 2012 11:26 by satikar-bo-poem

http://www.mediafire.com/?gwtddjyfiul  FICTION JINXRYOXPI [SILENT ROOM] 

 http://www.mediafire.com/?jttymnnjm0m FICTION RYOXPI,TOMAXUCHI,AKAME[ ABOUT OF LOVE]

WALLPAPER 1600 px

 http://www.mediafire.com/?a4e8oav95a6vzhj YAMAPI

 http://www.mediafire.com/?s9vcg6b5zvue7ro JIN AKANISHI

 http://www.mediafire.com/?afj11kl1g7dbj00 RYO NISHIKIDO

 http://www.mediafire.com/?la5193o49oi1d5a TOMA IKUTA

 http://www.mediafire.com/?l8nspa4m3qj8dy6 UCHI HIROKI

 

EMOTION part :1

posted on 27 Jan 2012 10:59 by satikar-bo-poem



[Fiction] Emotion : part1
RyoxChi with Jin
Story : Drama romance
Writer : Buble_b

……………………………………………………………


ถ้าความรักมันเป็นแค่ความรู้สึก.....
ตัวฉันเองจะก้มหน้ายอมรับว่ามันแปรเปลี่ยนและแตกหักได้ง่าย
ทำลายใจของคนบางคนให้แหลกสลายได้อย่างเลือดเย็น

แต่เพราะทุกอณูในร่างกายทุกชีวิตทุกลมหายใจมันกลายเป็นความรัก ....รักที่มีให้เพียงเธอตลอดมา 

ใบหน้าหวานและดวงตาสวยหลับพริ้ม ...น้ำตาที่ไหลต่อเนื่องลงมาอย่างไม่ขาดสาย
ไหล่บอบบางสั่นเทาแผ่นหลังที่หนาวเหน็บพิงกำแพงที่เย็นเฉียบอยู่ที่มุมๆหนึ่งหลังตึกคณะนิเทศศาสตร์
สายลมพัดเบาสะท้อนแสงสีส้มยามเย็นดูน่าเศร้า
และความหม่นหมองบนใบหน้าสวยหวานทำให้เย็นวันนี้ดูหดหู่เหลือเกิน

ถ้าไม่ใช่เพียงเพราะคำพูดจากคนหนึ่งคนที่แอบรักมาตลอดชีวิต.....
คงไม่ทำให้ใครบางคนร้องไห้ได้มากมายขนาดนี้


“ไม่มีทางที่กูจะชอบผู้ชายเว้ย...ต่อให้ผู้หญิงหมดโลกก็เถอะ..ไอ้ห่าจิน”

เสียงกวนอารมณ์และท่าทีหน้าตาจริงจังมันเป็นเอกลักษณ์ของผุ้ชายคนนั้น....
คนที่ดึงดูดผู้คนให้อยากเข้าหาเสมอ “นิชิกิโด เรียว” 
ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องตลกในวงสนทนาที่สโมสรคณะ
แต่ในกลุ่มเพื่อนๆที่หัวเราะกับท่าทีไล่เตะต่อยกันของคู่เพื่อนซี้เรียวจินอย่างสนุกสนานเฮอา 
มีวูบหนึ่งที่ใบหน้าหวานดูเศร้าลง มันหัวเราะไม่ออกและไม่ได้ดูตลกเลยซักนิด
ฮิโรกิปลีกตัวออกจากกลุ่มชาวคณะและเดินหลบออกมาพร้อมกล้องตัวโปรด 
เดินลัดไปตามทางข้างสวนเก่าแก่มุ่งไปยังตึกหลังคณะอักษร……
เสียงชัตเตอร์ของกล้องดังรัวเป็นจังหวะ.... ทั้งๆที่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม...
ฮิโรกิเคยคิดว่าการได้ถ่ายรูปท้องฟ้ามันจะทำให้ตนเองมีความสุขที่สุด 
ทั้งที่พยายามจะเข้มแข็งและเป็นปกติให้ได้แต่ความอึดอัดที่อยู่ในหัวใจ

มันหลอกกันไม่ได้เลย …………..

น้ำตาเริ่มไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว ไม่มีทางเป็นไปได้สำหรับเรื่องแบบนี้ ก็บอกตัวเองอยู่ตลอด 
เก็บความรู้สึกดีๆไว้กับตัวเองแต่ความเจ็บปวดที่ไม่อาจบอกรัก
มันคงทรมาณจนลืมความหนาวของเดือนตุลาได้เลยทีเดียว
และเมื่อมือเรียวนั้นบาดน้ำตาให้เหือดแห้ง
ดวงตาที่แดงช้ำจ้องค้างกับสองหนุ่มตรงหน้าที่มายื่นทำหน้าตาเข้มและเป็นกังวล


“อ้าววมาไงอะเรียว..จินด้วย?”

ใบหน้าหวานยิ้มเศร้าๆตกใจกับการปรากฏตัวของคนทั้งคู่

“ก็แล้วทำไมมาอยู่ตรงนี้หละฮิโระ?”

เสียงเข้มพร้อมใบหน้าหล่อคมของจินที่ยื่นใกล้อียงคอมองเล็กน้อย
ก่อนที่มือใหญ่จะยีเส้นผมนุ่มบนหัวเจ้าชายน้อยให้ยุ่งเหยิงคล้ายการปลอบใจและไม่คิดจะถามหาเหตุผล 
หากแต่ว่าน้ำเสียงยียวนกวนประสาทพูดแทรกขึ้นมาตามเอกลักษณ์ของตัวร้ายแสนแสบ
อย่างนิชิกิโด เรียวดังขัด


“เฮ้ยก็ขี้แงแบบเนี้ย...ร้องไห้ไม่มีเหตุผล...มันบ้า..ไปโอ๋อีกแระไอ้จิน
...ฮิโระมันอยู่ปี1แล้ว..ไปโอ๋มันยังกะเด็กๆ”

นิ้วมือที่แข็งกระด้างจากการเล่นกีต้าร์เกี่ยวเอาข้อมือเล็กๆของเจ้าชายน้อยขี้แงมากุมไว้ให้ถอยห่างจากจิน
และจูงมือให้เดินไปตามใจตนเอง


“ไปกินราเม็งกันดีกว่าเนอะ^^”

เสียงของเรียวร่าเริงและเริ่มจูงมือเจ้าตัวเล็กให้เดินตามมาอย่างว่าง่าย
ก็เพราะคือคนที่แอบรักได้เท่านี้ก็มีความสุขมากเกินพอแล้วสำหรับฮิโรกิ 
ใบหน้าหวานเริ่มมีรอยยิ้มแต่งแต้ม
....ทำให้ชายร่างสูงที่เดินรั้งท้ายหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบและเดินดูคนทั้งคู่จูงมือกันอย่างใจเย็น

สามหนุ่มอยู่หมู่บ้านเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก........
ถึงแม้ฮิโรกิจะเป็นเด็กที่สุดในกลุ่มแต่ก้เป็นเหมือนเพื่อนและน้องชายของทั้งคู่ 
ขณะที่เรียวและจินเป็นรุ่นพี่ปี3เอกดนตรีแล้ว
แต่สำหรับฮิโรกิการเป็นน้องใหม่เอกถ่ายภาพก็เป็นอะไรที่เรียวและจินพอใจมาก 
ตั้งแต่เด็กจนโตพวกเค้าทั้งสามก็เรียนที่เดียวกันมาตลอดไม่เคยห่างกัน
จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นเรื่อยมา 
ทั้งสามคนเดินเรื่อยมาจนถึงลานจอดรถ
หญิงสาวตัวเล็กน่ารักยืนยิ้มอย่างเขินอายในชุดวันพีชสั้นทรงเข้ารูปยื่นพิงประตูรถคันงาม
พร้อมส่งสายตามายังชายหนุ่มตัวร้ายจนฮิโรกิรู้สึกอึดอัด


“เออเรียว..ฉันลืมเลนส์อะ..นายกลับไปก่อนเลยนะ”

คนตัวเล็กเดินหันหลังกลับโดยไม่หันกลับมามองเรียว
และหญิงสาวที่ยื่นอยู่ข้างกันแล้วในตอนนี้ หากแต่คนที่ไม่รับรู้อะไรเช่นเรียวก็ได้แต่พยักหน้ารับ

“เฮ้ยเมิงจะไปไหนอะ..เรียว..ปล่อยฮิโระไปคนเดียวได้ไง?”

นำเสียงปนตำหนิอย่างเห็นได้ชัดของจินก้ไม่ได้ทำให้เรียวสะทกสะท้านเช่นกัน


“เออก็ตามไปดูแล้วก็พากลับบ้านด้วยเลยดิ..ฝากด้วยหละกันเมิง”

เรียวบอกพร้อมเสียงสตาร์ทรถจากไปอย่างรวดเร็ว
ร่างสูงได้แต่ขับตามแผ่นหลังบางที่ดูเศร้าๆไปยังรั้วข้างลานจอดรถ
พร้อมปีบแตรแกล้งทำเสียงใส 

“ฮิโรกี้~ไอแอมเวรี่ฮังกรี้~~~>A<”

รอยยิ้มอ่อนโยนและบางมุมที่บ้าบอทำให้ฮิโรกิฉีกยิ้มกว้าง


“อืมมต้องเป็นร้านที่มีเค้กด้วยนะจิน^^”

เสียงสดใสดูร่าเริงขึ้นเพราะจินรู้ว่าเจ้าชายน้อยจะมีความสุขกับการได้กินของอร่อยเสมอ

เจ้าชายน้อยได้ทานดินเนอร์อร่อยตามด้วยเค้กสมใจก็ถึงเวลาตามใจพี่จินกันบ้างแล้ว 
เป็นครั้งแรกที่ฮิโรกิเที่ยวกลางคืนเพื่อนๆของจินมีแต่ชาวต่างชาติฮิโรกิจึงไม่รู้สึกอึดอัด
ถึงแม้ว่าเสียงเพลงและผู้คนจะเบียดเสียดไปบ้างเจ้าชายน้อยก็ยอมรับว่า….
จินมักมีมุมมองในการสอนฮิโรกิเสมอ 
จินไม่ถามแต่ปล่อยให้คิด 
จินไม่ได้ปลอบโยนด้วยคำพูดแต่มักทำเรื่องที่ทำให้สบายใจได้เสมอ 
การที่ต้องมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ก็ถือเป็นการเปิดมุมมองโลกบ้าง

แต่เรื่องตลกร้ายก็เกิดขึ้นบนโลกของเราได้เสมอเช่นกัน
ตรงมุมวีไอพีโซฟาหนังสีดำมันขลับเต็มไปด้วยหญิงสาวสวยและเหล่าเซเลบมากหน้าหลายตา 
แต่คนที่ฮิโรกิแสนจะคุ้นตา มันเป็นใครไปไม่ได้หรอกนอกจากผู้ชายเพียงคนเดียวคนนั้น 
ท่าทีมึนเมากับท่าทางมีความสุขที่ถูกหญิงสาวรายล้อมทำให้ฮิโรกิรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม 
ผู้คนที่เบียดเสียดบวกกับแอลกอฮอล์เล็กน้อยทำให้ฮิโรกิรู้สึกเวียนหัว 
ใจคิดอยากจะเดินออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ร่างกายบอบบางนั้นกลับเซจนจะล้ม 
โชคดีที่แขนแกร่งของพี่จินประครองเอวนั้นไว้จึงไม่ลงไปกองอยู่กับพื้น 

ฮิโรกิรู้สึกได้ถึงสายลมเบาๆที่ปะทะบนใบหน้าเมื่อได้กลับมานั่งบนรถดังเดิม 
ปลายขนตายาวเริ่มชื้นและจับกันเป็นแพอีกครั้ง........ 
ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำใสยิ่งช้ำหนักกว่าเมื่อตอนเย็น 
จินได้แต่ปล่อยให้ฮิโรกิร้องไห้จนกว่าจะพอใจ
....ความเงียบภายในรถที่ฮิโรกิรู้สึกสงบกลับทำให้คนอีกคนอึดอัดจนต้องพูดออกมา


“ฮิโระ....ทำไมหละ?”

คำถามลอยๆพลุดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสีหน้าด้านข้างของจินดูตรึงเครียดกว่าที่เห็น
เจ้าชายตัวน้อยรู้ดีว่าจินเริ่มรับรู้ความลับของตนแล้ว


“อะไรอะ..ปล่าวซะหน่อย..ฉันก้แค่เมาหนะ”

ใบหน้าหวานยิ้มเจื่อนๆมันเป็นการฝืนยิ้มที่คนอย่างจินมองออกได้อย่างง่ายดาย


“ทำไม..ถึงเป็นคนอื่นไม่ได้หละฮิโรกิ”

เร็วกว่าความคิดแขนแกร่งโอบเอาไหล่บางที่สั่นเทานั้นเข้ามาสวมกอดไว้แน่นราวกลับจะหลุดหายไป.......
น้ำตาอุ่นยิ่งเปียกชื้นลงบนปกเสื้อของพี่ชายที่แสนดีหนักกว่าเก่า 
ในขณะที่ใบหน้าหล่อคมเลื่อนเข้าไปเพื่อหวังประทับรอยจูบปลอบโยน
ใบหน้าเรียวสวยกลับเบือนหลบและแรงดันอกเบาๆทำให้สติของจินกลับคืนมา


“อืมม..ง่วงนอนแล้วกลับบ้านกันดีกว่าเนอะ”

จินถอนหายใจก่อนจะชวนกลับบ้านด้วยน้ำเสียงปกติ 

ตลอดทางกลับบ้านความเงียบเข้าครอบงำพร้อมความสับสนในใจของเจ้าชายน้อย 
จวบจนล้อสีดำหยุดหมุนหน้าบ้านตระกูลอุดจี้ ..........
เจ้าชายน้อยได้แต่ยิ้มเล็กๆและเดินเข้าบ้านไปอย่างเหงาๆพร้อมกับพ่อบ้านและแม่บ้านเก่าประจำตระกูล
บ้านหลังกว้างสไตส์ญี่ปุ่นที่ต้องอยู่คนเดียว มันดูช่างว่างเปล่าในความรู้สึกของฮิโรกิ 
หลังจากที่แช่น้ำอุ่นจนจิตใจสงบ ร่างบางในชุดยูคาตะสีขาวก็นั่งอยู่ที่ชานหน้าห้องนอน
ที่ซึ่งเป็นสวนญี่ปุ่นสไตส์โบราณจัดอยู่หลังห้องนอนของคุณชายน้อย 

เสียงน้ำตกเล็กๆเป็นจังหวะทำให้รู้สึกสงบอย่างประหลาด
ทันใดนั้นแสงสีส้มนวลสะท้อนจากกระจกฝ้าตึกสไตส์ยุโรปหลังใหญ่ที่กำแพงติดกัน
เสียงเปียโนอ่อนโยนใสไพเราะก้องกังวาน ใบหน้าสวยได้แต่ยิ้มเล็กๆเพราะรู้ว่าใครเป็นคนก่อให้เกิดโน้ตเหล่านั้น 
เค้าคือ อคานิชิ จินพี่ชายที่แสนอบอุ่นใจดีชองตน ถึงแม้ว่าจะรู้ดีว่าเห็นแก่ตัวและทำร้ายจินมากเพียงใดแต่เวลาที่อ่อนแอฮิโรกิยอมรับกับตัวเองว่ามักจะคิดถึงจินเป็นคนแรกเสมอ 
ในขณะที่อีกด้านของกำแพงคือแสงสีส้มนวลอ่อนโยน แต่เงาที่พาดผ่านเบื้องหลังร่างบางอันแสนบริสุทธิ์นั้นคือเงามืดของเรียวที่ยืนมองทุกอิริยาบถของเจ้าชายน้อย

“หึ...สุขจนเก็บอาการไม่อยู่เลยรึไง..ฮิโระ”

น้ำเสียงทิ่มแทงที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร ทำให้ใบหน้าสวยหวานหันกลับไปจ้องกลับอย่างเอือมระอา


“เมามากเหรอเรียว?...กลับบ้านนายดีกว่านะ”

น้ำเสียงเย็นชาจากริมฝีปากสวยทำให้ผู้มาเยือนไม่สบอารมณ์นัก


“อืม..อาจจะเมาจริง..แต่ก็ไม่ได้ตาฝาด..ฮิโรกิ..ถ้านายจะลงทุนขนาดแกล้งเมาเพื่อจับไอ้จิน...นายไม่ต้องทำก็ได้....ยังไงมันก็ชอบนายอยู่แล้วแหละ..เห็นกอดกันกลมเลยหนิ”

คำพูดถากถางยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีการยอมความให้กัน


“อ้าวงั้นเหรอ???ที่จริงถ้าฉันแกล้งเมาอีกนิด....จินคงมาส่งฉันถึงห้องเลยแหละ.....ว่าแต่เรียวมาที่นี่ทำไมหละ....รึว่ามันอิ่มจนจุกอกแล้ว??” 

คำพูดนิ่มๆแต่เฉียดเฉือนอารมณ์ของฮิโรกิ....บันดาลโทสะของชายหนุ่มที่แข็งกร้าวอย่างเรียวราวกับโยนเชื้อไฟ
ฮิโรกิถูกกระชากสาบชุดมาด้วยแรงโกรธของเรียวจนตัวโยน... ใบหน้าหวานหลับตาแน่นเพราะคิดว่าจะโดนทำร้ายแน่ๆ
แต่ความโมโหของเรียวมันมากเกินขอบเขตของเพื่อนทะเลาะกัน 
แล้วมันคืออะไร หากมันไม่ใช่ความหึงหวงที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจของนิชิกิโด 
การที่ทำท่าทีนิ่งเงียบไม่รับรู้และบ้าบอไปวันๆก็เพราะเพื่อนรักก็รักคนคนเดียวกัน 

ริมฝีปากอันหยาบคายบดเบียนริมฝีปากนุ่มหวานอย่างรุนแรง ดึงดันจนอกบางแอ่นด้วยความอึดอัดครั้นเมื่อจะกอบโกยอากาศอันบางเบา เรียวลิ้นร้อนก็เข้าแทรกแทรงอย่างจาบจ้วง 

จูบแรกไม่น่าจะออกมาในรูปแบบนี้……

มันคือความโมโหจนขาดสติ ได้แค่เพียงกลิ่นฉุนของเมนทอลและรสฝาดจากแอลกอฮอล์ที่ปลายลิ้นของเรียวที่ส่งมา 
กลิ่นน้ำหอมหวานที่ติดตัวคนเอาแต่ใจนั้นช่างแสนไม่น่าจดจำ เพราะมันมาจากผู้หญิงซักคนบนโซฟาหนังสีดำตัวนั้น

ช่วงชิงจนรสจูบนั้นคาวไปด้วยรสเลือด ริมฝีปากบางสวยซึมเลือดเบาๆด้วยแรงกระทบจนแตกเป็นแผลเส้นบางโดยที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รับรู้ถึงความเจ็บ 
ภายในอกบีบแน่นและห้วงความคิดไม่ปะติดปะต่อกดดันราวกับจะทำให้เป็นบ้า 
น้ำตาหยุดไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้...........
ทั้งที่ห้วงลมหายใจเริ่มแผ่วเบาลงและประทับจูบจากเรียวอ่อนหวานขึ้น 

หากจะดิ้นให้หลุดก็ทำได้ง่ายเพราะแขนแกร่งที่รัดแน่นเริ่มคลายอ้อมกอดลงแล้ว
แต่ที่ชัดเจนและแน่นอน มันคือความรู้สึกรักของฮิโรกิ 

ถึงจะอย่างไรเรียวก็ยังคงเป็นคนที่ฮิโรกิรักเสมอ

น้ำตาเริ่มไหลลงมาอีกครั้งร่างทั้งร่างสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดราวกับเข็มนับพันเข้าทิ่มแทง 

ชายหนุ่มเจ้าอารมณ์เริ่มรู้สึกตัวกับการกระทำอันเลวร้ายของตนจึงได้แต่ปลดปล่อยริมฝีปากสวยนั้นให้เป็นอิสระ.....

จูบลาที่เปลือกตาช้ำพร้อมกระซิบคำขอโทษ..

มันคงอ่อนโยนไม่พอและไม่มีความกล้าพอที่จะทำมาให้เป็นของตน..

ทั้งสามคนอยู่บนความสับสนของทางแยกระหว่างมิตรภาพ..

ไม่มีใครมีความกล้าที่จะก้าวออกไปเกินกว่าเส้นบางๆที่ตนเองสร้างขึ้น

ผนังห้องสะท้อนความเศร้าของผู้เป็นเจ้าของห้องนอน...............เงาร่างบางที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ที่ปลายเตียง เงาร่างสูงพร้อมแกรนด์เปียโนที่แสนเศร้า หรือแม้แต่เงาของคนที่กำลังชกกำแพงห้องอย่างบ้าคลั่งก็ในตอนนี้.


.............................................................................................................


Emotion of Destiny child translator lyric .

มันจบและสิ้นสุดลงแล้ว
แต่ความเจ็บปวดในใจยังฝังลึกอยู่ภายในนั้น
และคืนนี้…ใครกันนะที่เธอกำลังแนบชิดด้วย??…เข้ามาแทนที่ฉันคนนี้

แล้วเธออยู่ที่ไหนในตอนนี้ ตอนที่ฉันต้องการเธอที่สุด
หยาดน้ำตาพรั่งพรูลงบนหมอนของฉัน 
ไม่ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
ฉันจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายน้ำเพื่อให้มันไหลลงสู่มหาสมุทรเช่นเธอ
เธอคงไม่เคยมองเห็นฉันที่หัวใจแตกสลายคนนี้

คำพูดจากใจของคนที่หัวใจร้าวราน
มันเป็นแค่อารมณ์ ที่ครอบงำฉันอยู่ในขณะนี้
ติดอยู่กับความเศร้า หลงอยู่ในดวงวิญญาณ
แต่ถ้าเธอไม่กลับมาหาฉัน…
อย่างน้อยกลับบ้านมาหาฉันก็ยังดีที่รัก
เธอไม่รู้เลยหรือว่า ไม่มีใครในโลกนี้
ที่จะกอดฉันได้อย่างแนบแน่น
และไม่มีใครในโลกนี้ที่จะได้จูบราตรีสวัสดิ์ฉัน

ฉันเคยอยู่ตรงนี้ข้างๆเธอ
ฉันเคยเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่งที่เธออยากให้เป็น
แต่เธอกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของใครคนอื่น
เธอยังคงเสาะหาดวงดาวที่สว่างสุกไส

แล้วเธออยู่ที่ไหนในตอนนี้ ตอนที่ฉันต้องการเธอที่สุด
หยาดน้ำตาพรั่งพรูลงบนหมอนของฉัน 
ไม่ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
ฉันจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายน้ำเพื่อให้มันไหลลงสู่มหาสมุทรเช่นเธอ
เธอคงไม่เคยมองเห็นฉันที่หัวใจแตกสลายคนนี้

คำพูดจากใจของคนที่หัวใจร้าวราน
มันเป็นแค่อารมณ์ ที่ครอบงำฉันอยู่ในขณะนี้
ติดอยู่กับความเศร้า หลงอยู่ในดวงวิญญาณ
แต่ถ้าเธอไม่กลับมาหาฉัน…
อย่างน้อยกลับบ้านมาหาฉันก็ยังดีที่รัก
เธอไม่รู้เลยหรือว่า ไม่มีใครในโลกนี้
ที่จะกอดฉันได้อย่างแนบแน่น
และไม่มีใครในโลกนี้ที่จะได้จูบราตรีสวัสดิ์ฉัน

…………………………………………………………….


Talk:::::
เออว่าแล้วก็เปิดโปรเจ็คฟิคเรียวจี้ได้ซะทีนะพี่น้อง5555+เค้าคิดพอทเรื่องไม่เคยลงตัวเลยก็เลยไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันแต่อันนี้ลงตัวแระ-///-ก็คงมีอีกหลายพาท..ขอปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์บ้าง..ความจริงคือแอบนอยด์มีคนเม้นบอกฟิกที่เค้าเขียนไม่มีเรื่องราวมีแต่NCT^T..ก็อ่านช๊อทฟิกแบบพาทเดียวจบมันก้งั้นดิ-*-มาอ่านแบบเป็นเรื่องราวบ้างเหอะ5555+เค้าเนี้ยจอมหักมุมฆ่าพระรองทำร้ายพระเอกตัวแม่เลยนะอิอิ
พูดถึงฟิคกันบ้างแบบว่าพี่จินดูดีมากแสนดีอินี้สร้างภาพรึเปล่า??5555+อิเรียวเลวได้ใจเพลย์บอยสุดตัวแต่แบบแอบเศร้าในตอนท้ายที่จริงมันก็รักน้องแหละแต่หลีกให้เพื่อนอะไรเงี้ยอิอิน้องก็แบบเลือกไม่ได้พอทหนังรักเปะ5555+แต่เราจะให้น้องจี้บอบบางแต่ปากร้ายเฉือดเฉือนธุรกิจปัญหาวงค์ตระกูลบ้างให้สับสนกันไป-////-ไงก้เป็นกำลังใจให้ตอนต่อไปด้วยนะเคอะ^^

edit @ 27 Jan 2012 11:07:52 by buble_b

 
ในวันพฤหัสที่ฝนตกทั้งวันแบบนี้หาหนังดีๆมานอนดูซักเรื่องก้เข้าท่าดี
หยิบเรื่องนี้มาดูMY SISTER MY LOVE.ว่าด้วยเนื้อหาุพี่น้องรักกัน
เป็นพี่น้องฝาแฝดชายหญิงคะน้องสาวก็มีอาการBracon(ติดพี่ชาย)
และพี่ชายที่หลงรักน้องสาวของตนเองความเลยเถิดของอารมณ์
เนื้อหาชวนให้อึดอัดใจกับความรักต้องห้ามและนิยามของคำว่าศิลธรรม
คนที่ปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัดคือผู้เป็นแม่อยากรู้แต่ไม่อยากถาม
ไคล์แม็กซ์ของเรื่องอยู่ตรงที่ทั้งคู่ต้องการจะยุติความสัมพันธ์
ซีนที่พี่ชายให้น้องสาวขี่หลังแล้วบอกว่าถ้าเดินต่ออีก10ก้าวเราต้องแยกจากกันแล้ว
ซีนนี้ตรึงอารมณ์สุดๆพี่ชาย(จุน)แสดงดีมากๆ
ความเจ็บปวดในการก้าวเดินแต่ละก้าวและการนับแต่ละก้าวช่างดูทรมาณคะT^T
ในวันที่ฝนตกกับความรู้สึกแบบนี้ทำให้เราคิดได้ว่า
"ถึงแม้แต่ละก้าวจะยากเย็นเพียงใดเราก็ต้องเดินต่อไปจนสุดทาง"
ฝากรูปเล็กน้อยในวันเหงาๆของคนว่างๆกินขนมอ่านการ์ตูนส์ดูหนังชิวๆสุขสบายใจจัง^^
 
 
 
 

edit @ 22 Sep 2011 12:08:03 by buble_b

Come rain Come shine@House RCA

posted on 19 Sep 2011 19:57 by satikar-bo-poem
ไปดูทันวันก่อนสุดท้ายพอดี 13 กันยายน โรง 2 รอบบ่าย 2
ความประทับใจแรกของทริปนี้คือโรงหนังHouse RCA
บรรยากาศสงบเงียบมุมงานศิลป์และไอเดียการตกแต่งสวยงามมากๆ
เกือบลืมไปว่าตั้งใจไปดูหนัง^^อารมณ์ดีๆบรรยากาศดีๆ+ความตั้งใจ
หนังสไตส์อินดี้ขนาดนี้ดูยากเข้าใจยากแต่หนังตรึงอารมณ์คนดูได้ดี
ให้ความรู้สึกกระอักกระอวนบีบคั้นเข้าใจถึงสภาพปัญหาของทั้งคู่
หนังเน้นภาพนิ่งแต่มุมภาพสวยมากโลเกชั่นแค่บ้านหลังเดียว
แต่ว่าบ้านสวยทุกมุม..ดูไปก็ได้แต่คิดไปว่าทำไมผู้หญิงคนนี้คิดอะไรอยู่??
สามีที่หล่อประสบความสำเร็จพูดน้อยทำอาหารเก่งมีทุกอย่างที่ชีวิตแต่งงานต้องการ
ผ่านความยากลำบากมาด้วยกันช่วยเหลือกันไม่ค่อยคิดเห็นขัดแย้ง
แต่นางเอกเลือกที่จะมีผู้ชายคนอื่นและขอหย่า....หนังสื่ออะไร???
หนังสื่อชีวิตผู้หญิงคนหนึงที่อึดอัดกับกรอบความสมบูรณ์แบบ
และบุคลิกของผู้ชายคนนึงที่เก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเองไว้
ตลอดทั้งเรื่องรู้สึกได้ถึงความรักของคนสองคนแต่ก็ทำให้เราเห็นช่องโหว่ได้ชัดเจน
"เปิดใจ"สิ่งที่ทั้งคู่ขาดไปในชีวิตรัก....ฉากที่จำได้คือฉากที่ประตูบ้านไม่สามารถปิดได้
ฝนสาดเข้ามาในบ้านจึงต้องไปเรียกสามีมาปิดให้...ถึงตอนนี้ตกใจกับฉากนี้เล็กน้อย
มันคือชีวิตธรรมดาของคนทั่วไปหนังไม่ได้ปิดบังอะไรเรา..แต่ตั้งคำถามกลับมาที่เรา
ถ้าเกิดเหตุการนี้กับเราจะทำอย่างไร???นางเอกเลือกที่จะเอาผ้ามาซับพื้นที่เปียกก่อน
แล้วค่อยเรียกสามีมาปิดประตูให้...ส่วนสามีเมื่อมาปิดประตูเลยสอนเคล็ดลับการปิดประตู
ทั้งคู่หยุดฉงักมองหน้ากันแล้วเดินแยกจากกันเพราะมันคือวันสุดท้ายที่มาเก็บของย้ายออก
อยู่บ้านนี้มา5ปีแต่ไม่เคยแก้ปัญหาเรื่องประตูที่มองเ้ห็นได้ง่ายๆ
แล้วความเข้าใจกันจะแก้ได้อย่างไรในเมื่อความรู้สึกของมนุษย์มันละเอียดอ่อนขนาดนั้น??
T^Tจบแบบเศร้าๆเราก้อินเนอร์เกินไปด้วยหละนะฮาๆๆๆๆๆๆๆๆ
ต่อด้วยความประทับใจที่2ดูคนเดียว...-*-มั่นเกินไปแต่ก็ดูมาได้คนเดียว
ไม่ผิดหวังที่เลือกดูที่เฮ้าส์ระบบเสียงดีภาพชัดแอร์เย็นมาก5555+
รอบหน้าขอดูLate Autumnเอามาฉายในไทยบ้างอยากดูนะหนังดีๆ
เอารูปมาฝากเล็กน้อยดูหนังเสร็จเพื่อนพาไปกินอาหารเกาหลีแถวทองหล่อ
พร๊อบเยอะมากอาหารเกาหลีกินไปร้องไห้ไปมันเยอะมากกินไม่หมด-*-
แต่ก็ได้รู้รสชาติโกชูจัง55555+แค่นึกก้ยังติดลิ้นอยู่-*-
เคยบอกเพื่อนแล้วว่าชอบนะอารมณ์เกาหลีญี่ปุ่นทุกอย่างเว้นอย่างเดียวอาหาร
ไม่ถูกโรคเลยกับอาหารญี่ปุ่นเกาหลีก็ยังพาไปกิน..โอ๊ยยปวดร้าวT^T
เลยให้เพื่อนถ่ายรูปเก็บความประทับใจไว้พร้อมกับเอารูปเด้กอนุบาลมาฝากให้ดู1คนคะู^^
 
ถ่ายมาแค่มุมเดียวไม่กล้าถ่ายเยอะอายเค้าคะCry
 
อาหารเกาหลีที่ไม่ค่อยจะถูกโรคFoot in mouth
 
เด็กอนุบาลคนนี้น่ารักจริงๆคะอนุบาล 1/4Wink
 
"เราจะเปลี่ยนใจคน ที่เปลี่ยนไปแล้วได้ยังไง??"

edit @ 22 Sep 2011 11:24:59 by buble_b

HBD MA LOVE IN SEPTEMBER

posted on 16 Sep 2011 10:05 by satikar-bo-poem
ต้องขอHappy birthday 2หนุ่มที่เกิดเดือนกันยายนกันบ้าง
ที่สำคัญ2หนุ่มนี้อายุ30ปีเท่ากันด้วยซิ-//////-
ความน่ารักยังคงล้นเหลือโอ๊ยยยยจะหล่อกันไปถึงไหนคร้า
HBD MIYAVI and HBD HYUN BIN..........So love you-3-
   
 
 
ขอให้ีความสุขมากๆทั้งสองคนเลยนะคะ..สำหรับมิบิขอให้ครอบครัวอบอุ่นน่ารักตลอดไป
สำหรับบินนี่รีบออกจากกรมมาผลิตผลงานดีๆและเจอผู้หญิงที่ดีๆมาดูแลนะคะที่รัก
 
Byeeeeeeeeeeeee^^d

 

Takumi kun thank-///-

posted on 25 Mar 2011 14:21 by satikar-bo-poem
- The movie "Thanksgiving is the latest fan-kun Series Takumi!" - Cast Announcement

Description:
Starring: Kyosuke 浜尾 / Daisuke Watanabe / Ma Baba Makoto / director Yokoi Takeshi (common two performances)
Currently ※ 2011/3/23

Date: July 5, 2011 (Sat)
Venue: Laforet Museum Roppongi
Time:
12:30 12:00 1st opening curtain
16:15 Doors open 15:45 2nd curtain
※ Customers with a current ticket can be used to directly transfer performance.

If you wish a refund 4 / 1 (Fri) 4 / 13 (Wed) to
Ticket will be at the reception.
System is now being adjusted ※.

Inquiries about ticket refunds
Ticket Information
http://t.pia.jp/help/index.html
Call 0570-02-9111

Official HP: Http://Takumi-Kun.com/
 
ใครจะไปปุ่นบ้างน้อช่วงนี้อะ-*-เซ็ง
อยากฝากหิ้วของคนที่ฝากหิ้วประจำเค้ากลับมาไทยแล้วอะดิ
ดันมีอาฟเตอร์ช๊อกอีกวันนี้กำอะไรกับผู้ชายปุ่นหนักหนาหวะ
ถ้ายกเลิกตั๋วมะพี2วันของกรุนี้เซ็งไปล้านแปดเลยนะ
ปวดใจT^T
 

Hamao Cawai~

posted on 24 Mar 2011 09:35 by satikar-bo-poem
น่าตาน่ารักขนาดนี้จะไม่รักได้ไง-/////-
ตอนนี้เป็นเอามากเลยทาคุมิคุงไอชิเตรุโยะ5555+
บ้าไปแระกรี๊ดดดดดดดดดดดด

Silent chair

posted on 24 Mar 2011 09:24 by satikar-bo-poem

ฉันนั่งอยู่ตรงนั้นในมุมห้องอันเงียบงัน

หันมองเห็นเงาที่หันหลังให้ความจริง

กี่ครั้งแล้วที่เป็นแบบนี้............เก้าอี้ที่มี เพียงความเงียบ

ครั้นจะเงยหน้ามองฟ้า....น้ำตามันไม่กล้าไหล

แสงจันทร์ไม่เคยโกหก...มันอาบความอ่อนไหวของฉันตรงมุม นั้น

ที่ซึ่งสะท้อนเงาของคนไม่มีความฝันเอาไว้

อะไรที่ฉุดรั้งเราไว้ตรงเก้าอี้แห่งความเงียบนี้กันแน่..Stay with me.

ความผูกพันหรือความจริงที่ว่าเรามีสิ่งหนึ่งที่ต้อง ห่วงใย

ฉันลุกขึ้นยื่นบ่อยครั้ง..เดินวนไปมาในห้วงความคิดและ ความหวัง

ฉับพลันฉันกลับมานั่งที่เดิม.............Don’t you give up!

อึดอัดกับความใจแคบและเห็นแก่ตัว

พร้อมแต่ไม่กล้าจะเริ่มต้นใหม่

ในน้ำเสียงปลายสายมันมีอะไรแฝงอยู่กันแน่

ความรักและความเชื่อมั่นอย่างนั้นหรือ

สำหรับตัวฉันอยู่ด้วยความศรัทธาต่อตัวเองเท่านั้น

น้ำตาหยดหนึ่งที่จะหยดลง....มันมาจากความเสียใจมาก จริงๆ

อยากร้องไห้เพื่อใครได้อีกครั้ง....ไม่อยากจะต้องบอกลา อีกแล้ว

เย็นชากับความรักมากเกินไปก็ไม่ดี

วันนี้ฉันจะบอกตัวเองอีกครั้ง....ว่าฉันอยากกอดเธอให้ แน่นๆ

พร้อมรึยังกับฉันคนเดิมที่เคยหายไป

คนที่สมองไม่สั่งอะไรแล้ว

มีเพียงความรู้สึก..ไม่อยากเข้าใจความรักอีกแล้ว

อยากอยู่กับมันและเดินตามมันอย่างช้าๆ

และรอเพียงแค่เธอเปิดประตูเข้ามา

จูงมือฉันจากเก้าอี้แห่งความเงียบนี้....Say you love me.

November Love

posted on 24 Mar 2011 09:23 by satikar-bo-poem

เข็มนาฬิกาหมุนขวาอย่างที่เคย

ฉันและเธออาจเฉยเมยกับเรื่องแบบนี้

เพราะหันมองก็ยังเห็นกันเหมือนทุกที

และบางทีเราก็ไม่ใส่ใจกับเวลา......

เราอาจจะพูดคุยกันได้ยาก

หรืออาจลำบากบางเหตุผล

เราอยากเปลี่ยนเป็นใครอีกคน

เราไม่อยากเป็นคนคนเดียวกัน...............

บางทีอยากอยู่กับอดีต

บางทีอยากวิ่งหนีไปข้างหน้า

บางทีไม่อยากถูกจับตา

บางทีเราก็เหงาสุดหัวใจ...................

มองเห็นใครอีกคนที่เราหวัง

มองเห็นตัวเรานั้นที่สับสน

มองเห็นคนที่ทำให้อดทน

มองเห็นคนที่อยู่ข้างๆกัน......

ท้องฟ้าเปลี่ยนสีไปอีกครั้ง

ความหวังยังมีอย่างแรงกล้า

บางสิ่งไม่อยากพูดออกมา

ปรารถนาจะไขว่คว้ากันและกัน.....

เรายังรักกันเหมือนเดิมพูดได้ไหม?

เรายังมีความผูกพันดึงเราไว้

เรายังมีคนที่เราต้องห่วงใย

เรายังมีกำลังใจคอยให้กัน....

มองดูแหวนวงเดิมทีแสนคับ

มองดูความอึดอัดในปัญหา

มองเห็นความสุขและน้ำตา

มองดูภาพบนฝาที่คู่กัน........

หัวใจอาจจะเต้นอย่างเหนื่อยอ่อน

โอกาสอาจสะท้อนภาพปัญหา

เจ็บปวดจากคนที่เย็นชา

ร้องหาศรัทธาในตัวเอง......

เราจะเริ่มต้นจากศูนย์อีกครั้ง

เราจะยังเป็นคนเดิมเราต่างรู้

เราจะยังไม่เปลี่ยนแปลงบางสิ่งอยู่

เราจะรู้อนาคตได้อย่างไร?...........

ความห่างจะก่อให้เกิดสิ่งใดบ้าง

ความต่างจะก่อให้เกิดเหตุผล

ความเหงาจะบีบเราให้อดทน

ความสับสนจะเปลี่ยนเราจนเข้าใจ.....

จงเข้าใจในโอกาสที่มีอยู่

จงรับรู้ว่าความรักมีค่ามากแค่ไหน

จงรักษาความหวังในมือที่กำไว้

จงเสียดายน้ำตาที่เคยริน.........

บอกไม่ได้ว่ายังรักกันเหมือนเดิม

บอกไม่ได้ว่าจะรออยู่ตรงนี้

บอกไม่ได้ว่ารักเราช่างแสนดี

บอกไม่ได้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นไง........

ยังคงให้ทุกสิ่งด้วยหัวใจ

ยังคงไม่มีใครแทนที่ได้

ยังคงบอกตัวเองให้เปิดใจ

ยังจำอ้อมกอดนี้ได้ไม่เคยลืม...........