EMOTION part :1

posted on 27 Jan 2012 10:59 by satikar-bo-poem



[Fiction] Emotion : part1
RyoxChi with Jin
Story : Drama romance
Writer : Buble_b

……………………………………………………………


ถ้าความรักมันเป็นแค่ความรู้สึก.....
ตัวฉันเองจะก้มหน้ายอมรับว่ามันแปรเปลี่ยนและแตกหักได้ง่าย
ทำลายใจของคนบางคนให้แหลกสลายได้อย่างเลือดเย็น

แต่เพราะทุกอณูในร่างกายทุกชีวิตทุกลมหายใจมันกลายเป็นความรัก ....รักที่มีให้เพียงเธอตลอดมา 

ใบหน้าหวานและดวงตาสวยหลับพริ้ม ...น้ำตาที่ไหลต่อเนื่องลงมาอย่างไม่ขาดสาย
ไหล่บอบบางสั่นเทาแผ่นหลังที่หนาวเหน็บพิงกำแพงที่เย็นเฉียบอยู่ที่มุมๆหนึ่งหลังตึกคณะนิเทศศาสตร์
สายลมพัดเบาสะท้อนแสงสีส้มยามเย็นดูน่าเศร้า
และความหม่นหมองบนใบหน้าสวยหวานทำให้เย็นวันนี้ดูหดหู่เหลือเกิน

ถ้าไม่ใช่เพียงเพราะคำพูดจากคนหนึ่งคนที่แอบรักมาตลอดชีวิต.....
คงไม่ทำให้ใครบางคนร้องไห้ได้มากมายขนาดนี้


“ไม่มีทางที่กูจะชอบผู้ชายเว้ย...ต่อให้ผู้หญิงหมดโลกก็เถอะ..ไอ้ห่าจิน”

เสียงกวนอารมณ์และท่าทีหน้าตาจริงจังมันเป็นเอกลักษณ์ของผุ้ชายคนนั้น....
คนที่ดึงดูดผู้คนให้อยากเข้าหาเสมอ “นิชิกิโด เรียว” 
ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องตลกในวงสนทนาที่สโมสรคณะ
แต่ในกลุ่มเพื่อนๆที่หัวเราะกับท่าทีไล่เตะต่อยกันของคู่เพื่อนซี้เรียวจินอย่างสนุกสนานเฮอา 
มีวูบหนึ่งที่ใบหน้าหวานดูเศร้าลง มันหัวเราะไม่ออกและไม่ได้ดูตลกเลยซักนิด
ฮิโรกิปลีกตัวออกจากกลุ่มชาวคณะและเดินหลบออกมาพร้อมกล้องตัวโปรด 
เดินลัดไปตามทางข้างสวนเก่าแก่มุ่งไปยังตึกหลังคณะอักษร……
เสียงชัตเตอร์ของกล้องดังรัวเป็นจังหวะ.... ทั้งๆที่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม...
ฮิโรกิเคยคิดว่าการได้ถ่ายรูปท้องฟ้ามันจะทำให้ตนเองมีความสุขที่สุด 
ทั้งที่พยายามจะเข้มแข็งและเป็นปกติให้ได้แต่ความอึดอัดที่อยู่ในหัวใจ

มันหลอกกันไม่ได้เลย …………..

น้ำตาเริ่มไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว ไม่มีทางเป็นไปได้สำหรับเรื่องแบบนี้ ก็บอกตัวเองอยู่ตลอด 
เก็บความรู้สึกดีๆไว้กับตัวเองแต่ความเจ็บปวดที่ไม่อาจบอกรัก
มันคงทรมาณจนลืมความหนาวของเดือนตุลาได้เลยทีเดียว
และเมื่อมือเรียวนั้นบาดน้ำตาให้เหือดแห้ง
ดวงตาที่แดงช้ำจ้องค้างกับสองหนุ่มตรงหน้าที่มายื่นทำหน้าตาเข้มและเป็นกังวล


“อ้าววมาไงอะเรียว..จินด้วย?”

ใบหน้าหวานยิ้มเศร้าๆตกใจกับการปรากฏตัวของคนทั้งคู่

“ก็แล้วทำไมมาอยู่ตรงนี้หละฮิโระ?”

เสียงเข้มพร้อมใบหน้าหล่อคมของจินที่ยื่นใกล้อียงคอมองเล็กน้อย
ก่อนที่มือใหญ่จะยีเส้นผมนุ่มบนหัวเจ้าชายน้อยให้ยุ่งเหยิงคล้ายการปลอบใจและไม่คิดจะถามหาเหตุผล 
หากแต่ว่าน้ำเสียงยียวนกวนประสาทพูดแทรกขึ้นมาตามเอกลักษณ์ของตัวร้ายแสนแสบ
อย่างนิชิกิโด เรียวดังขัด


“เฮ้ยก็ขี้แงแบบเนี้ย...ร้องไห้ไม่มีเหตุผล...มันบ้า..ไปโอ๋อีกแระไอ้จิน
...ฮิโระมันอยู่ปี1แล้ว..ไปโอ๋มันยังกะเด็กๆ”

นิ้วมือที่แข็งกระด้างจากการเล่นกีต้าร์เกี่ยวเอาข้อมือเล็กๆของเจ้าชายน้อยขี้แงมากุมไว้ให้ถอยห่างจากจิน
และจูงมือให้เดินไปตามใจตนเอง


“ไปกินราเม็งกันดีกว่าเนอะ^^”

เสียงของเรียวร่าเริงและเริ่มจูงมือเจ้าตัวเล็กให้เดินตามมาอย่างว่าง่าย
ก็เพราะคือคนที่แอบรักได้เท่านี้ก็มีความสุขมากเกินพอแล้วสำหรับฮิโรกิ 
ใบหน้าหวานเริ่มมีรอยยิ้มแต่งแต้ม
....ทำให้ชายร่างสูงที่เดินรั้งท้ายหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบและเดินดูคนทั้งคู่จูงมือกันอย่างใจเย็น

สามหนุ่มอยู่หมู่บ้านเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก........
ถึงแม้ฮิโรกิจะเป็นเด็กที่สุดในกลุ่มแต่ก้เป็นเหมือนเพื่อนและน้องชายของทั้งคู่ 
ขณะที่เรียวและจินเป็นรุ่นพี่ปี3เอกดนตรีแล้ว
แต่สำหรับฮิโรกิการเป็นน้องใหม่เอกถ่ายภาพก็เป็นอะไรที่เรียวและจินพอใจมาก 
ตั้งแต่เด็กจนโตพวกเค้าทั้งสามก็เรียนที่เดียวกันมาตลอดไม่เคยห่างกัน
จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นเรื่อยมา 
ทั้งสามคนเดินเรื่อยมาจนถึงลานจอดรถ
หญิงสาวตัวเล็กน่ารักยืนยิ้มอย่างเขินอายในชุดวันพีชสั้นทรงเข้ารูปยื่นพิงประตูรถคันงาม
พร้อมส่งสายตามายังชายหนุ่มตัวร้ายจนฮิโรกิรู้สึกอึดอัด


“เออเรียว..ฉันลืมเลนส์อะ..นายกลับไปก่อนเลยนะ”

คนตัวเล็กเดินหันหลังกลับโดยไม่หันกลับมามองเรียว
และหญิงสาวที่ยื่นอยู่ข้างกันแล้วในตอนนี้ หากแต่คนที่ไม่รับรู้อะไรเช่นเรียวก็ได้แต่พยักหน้ารับ

“เฮ้ยเมิงจะไปไหนอะ..เรียว..ปล่อยฮิโระไปคนเดียวได้ไง?”

นำเสียงปนตำหนิอย่างเห็นได้ชัดของจินก้ไม่ได้ทำให้เรียวสะทกสะท้านเช่นกัน


“เออก็ตามไปดูแล้วก็พากลับบ้านด้วยเลยดิ..ฝากด้วยหละกันเมิง”

เรียวบอกพร้อมเสียงสตาร์ทรถจากไปอย่างรวดเร็ว
ร่างสูงได้แต่ขับตามแผ่นหลังบางที่ดูเศร้าๆไปยังรั้วข้างลานจอดรถ
พร้อมปีบแตรแกล้งทำเสียงใส 

“ฮิโรกี้~ไอแอมเวรี่ฮังกรี้~~~>A<”

รอยยิ้มอ่อนโยนและบางมุมที่บ้าบอทำให้ฮิโรกิฉีกยิ้มกว้าง


“อืมมต้องเป็นร้านที่มีเค้กด้วยนะจิน^^”

เสียงสดใสดูร่าเริงขึ้นเพราะจินรู้ว่าเจ้าชายน้อยจะมีความสุขกับการได้กินของอร่อยเสมอ

เจ้าชายน้อยได้ทานดินเนอร์อร่อยตามด้วยเค้กสมใจก็ถึงเวลาตามใจพี่จินกันบ้างแล้ว 
เป็นครั้งแรกที่ฮิโรกิเที่ยวกลางคืนเพื่อนๆของจินมีแต่ชาวต่างชาติฮิโรกิจึงไม่รู้สึกอึดอัด
ถึงแม้ว่าเสียงเพลงและผู้คนจะเบียดเสียดไปบ้างเจ้าชายน้อยก็ยอมรับว่า….
จินมักมีมุมมองในการสอนฮิโรกิเสมอ 
จินไม่ถามแต่ปล่อยให้คิด 
จินไม่ได้ปลอบโยนด้วยคำพูดแต่มักทำเรื่องที่ทำให้สบายใจได้เสมอ 
การที่ต้องมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ก็ถือเป็นการเปิดมุมมองโลกบ้าง

แต่เรื่องตลกร้ายก็เกิดขึ้นบนโลกของเราได้เสมอเช่นกัน
ตรงมุมวีไอพีโซฟาหนังสีดำมันขลับเต็มไปด้วยหญิงสาวสวยและเหล่าเซเลบมากหน้าหลายตา 
แต่คนที่ฮิโรกิแสนจะคุ้นตา มันเป็นใครไปไม่ได้หรอกนอกจากผู้ชายเพียงคนเดียวคนนั้น 
ท่าทีมึนเมากับท่าทางมีความสุขที่ถูกหญิงสาวรายล้อมทำให้ฮิโรกิรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม 
ผู้คนที่เบียดเสียดบวกกับแอลกอฮอล์เล็กน้อยทำให้ฮิโรกิรู้สึกเวียนหัว 
ใจคิดอยากจะเดินออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ร่างกายบอบบางนั้นกลับเซจนจะล้ม 
โชคดีที่แขนแกร่งของพี่จินประครองเอวนั้นไว้จึงไม่ลงไปกองอยู่กับพื้น 

ฮิโรกิรู้สึกได้ถึงสายลมเบาๆที่ปะทะบนใบหน้าเมื่อได้กลับมานั่งบนรถดังเดิม 
ปลายขนตายาวเริ่มชื้นและจับกันเป็นแพอีกครั้ง........ 
ดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำใสยิ่งช้ำหนักกว่าเมื่อตอนเย็น 
จินได้แต่ปล่อยให้ฮิโรกิร้องไห้จนกว่าจะพอใจ
....ความเงียบภายในรถที่ฮิโรกิรู้สึกสงบกลับทำให้คนอีกคนอึดอัดจนต้องพูดออกมา


“ฮิโระ....ทำไมหละ?”

คำถามลอยๆพลุดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสีหน้าด้านข้างของจินดูตรึงเครียดกว่าที่เห็น
เจ้าชายตัวน้อยรู้ดีว่าจินเริ่มรับรู้ความลับของตนแล้ว


“อะไรอะ..ปล่าวซะหน่อย..ฉันก้แค่เมาหนะ”

ใบหน้าหวานยิ้มเจื่อนๆมันเป็นการฝืนยิ้มที่คนอย่างจินมองออกได้อย่างง่ายดาย


“ทำไม..ถึงเป็นคนอื่นไม่ได้หละฮิโรกิ”

เร็วกว่าความคิดแขนแกร่งโอบเอาไหล่บางที่สั่นเทานั้นเข้ามาสวมกอดไว้แน่นราวกลับจะหลุดหายไป.......
น้ำตาอุ่นยิ่งเปียกชื้นลงบนปกเสื้อของพี่ชายที่แสนดีหนักกว่าเก่า 
ในขณะที่ใบหน้าหล่อคมเลื่อนเข้าไปเพื่อหวังประทับรอยจูบปลอบโยน
ใบหน้าเรียวสวยกลับเบือนหลบและแรงดันอกเบาๆทำให้สติของจินกลับคืนมา


“อืมม..ง่วงนอนแล้วกลับบ้านกันดีกว่าเนอะ”

จินถอนหายใจก่อนจะชวนกลับบ้านด้วยน้ำเสียงปกติ 

ตลอดทางกลับบ้านความเงียบเข้าครอบงำพร้อมความสับสนในใจของเจ้าชายน้อย 
จวบจนล้อสีดำหยุดหมุนหน้าบ้านตระกูลอุดจี้ ..........
เจ้าชายน้อยได้แต่ยิ้มเล็กๆและเดินเข้าบ้านไปอย่างเหงาๆพร้อมกับพ่อบ้านและแม่บ้านเก่าประจำตระกูล
บ้านหลังกว้างสไตส์ญี่ปุ่นที่ต้องอยู่คนเดียว มันดูช่างว่างเปล่าในความรู้สึกของฮิโรกิ 
หลังจากที่แช่น้ำอุ่นจนจิตใจสงบ ร่างบางในชุดยูคาตะสีขาวก็นั่งอยู่ที่ชานหน้าห้องนอน
ที่ซึ่งเป็นสวนญี่ปุ่นสไตส์โบราณจัดอยู่หลังห้องนอนของคุณชายน้อย 

เสียงน้ำตกเล็กๆเป็นจังหวะทำให้รู้สึกสงบอย่างประหลาด
ทันใดนั้นแสงสีส้มนวลสะท้อนจากกระจกฝ้าตึกสไตส์ยุโรปหลังใหญ่ที่กำแพงติดกัน
เสียงเปียโนอ่อนโยนใสไพเราะก้องกังวาน ใบหน้าสวยได้แต่ยิ้มเล็กๆเพราะรู้ว่าใครเป็นคนก่อให้เกิดโน้ตเหล่านั้น 
เค้าคือ อคานิชิ จินพี่ชายที่แสนอบอุ่นใจดีชองตน ถึงแม้ว่าจะรู้ดีว่าเห็นแก่ตัวและทำร้ายจินมากเพียงใดแต่เวลาที่อ่อนแอฮิโรกิยอมรับกับตัวเองว่ามักจะคิดถึงจินเป็นคนแรกเสมอ 
ในขณะที่อีกด้านของกำแพงคือแสงสีส้มนวลอ่อนโยน แต่เงาที่พาดผ่านเบื้องหลังร่างบางอันแสนบริสุทธิ์นั้นคือเงามืดของเรียวที่ยืนมองทุกอิริยาบถของเจ้าชายน้อย

“หึ...สุขจนเก็บอาการไม่อยู่เลยรึไง..ฮิโระ”

น้ำเสียงทิ่มแทงที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร ทำให้ใบหน้าสวยหวานหันกลับไปจ้องกลับอย่างเอือมระอา


“เมามากเหรอเรียว?...กลับบ้านนายดีกว่านะ”

น้ำเสียงเย็นชาจากริมฝีปากสวยทำให้ผู้มาเยือนไม่สบอารมณ์นัก


“อืม..อาจจะเมาจริง..แต่ก็ไม่ได้ตาฝาด..ฮิโรกิ..ถ้านายจะลงทุนขนาดแกล้งเมาเพื่อจับไอ้จิน...นายไม่ต้องทำก็ได้....ยังไงมันก็ชอบนายอยู่แล้วแหละ..เห็นกอดกันกลมเลยหนิ”

คำพูดถากถางยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีการยอมความให้กัน


“อ้าวงั้นเหรอ???ที่จริงถ้าฉันแกล้งเมาอีกนิด....จินคงมาส่งฉันถึงห้องเลยแหละ.....ว่าแต่เรียวมาที่นี่ทำไมหละ....รึว่ามันอิ่มจนจุกอกแล้ว??” 

คำพูดนิ่มๆแต่เฉียดเฉือนอารมณ์ของฮิโรกิ....บันดาลโทสะของชายหนุ่มที่แข็งกร้าวอย่างเรียวราวกับโยนเชื้อไฟ
ฮิโรกิถูกกระชากสาบชุดมาด้วยแรงโกรธของเรียวจนตัวโยน... ใบหน้าหวานหลับตาแน่นเพราะคิดว่าจะโดนทำร้ายแน่ๆ
แต่ความโมโหของเรียวมันมากเกินขอบเขตของเพื่อนทะเลาะกัน 
แล้วมันคืออะไร หากมันไม่ใช่ความหึงหวงที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจของนิชิกิโด 
การที่ทำท่าทีนิ่งเงียบไม่รับรู้และบ้าบอไปวันๆก็เพราะเพื่อนรักก็รักคนคนเดียวกัน 

ริมฝีปากอันหยาบคายบดเบียนริมฝีปากนุ่มหวานอย่างรุนแรง ดึงดันจนอกบางแอ่นด้วยความอึดอัดครั้นเมื่อจะกอบโกยอากาศอันบางเบา เรียวลิ้นร้อนก็เข้าแทรกแทรงอย่างจาบจ้วง 

จูบแรกไม่น่าจะออกมาในรูปแบบนี้……

มันคือความโมโหจนขาดสติ ได้แค่เพียงกลิ่นฉุนของเมนทอลและรสฝาดจากแอลกอฮอล์ที่ปลายลิ้นของเรียวที่ส่งมา 
กลิ่นน้ำหอมหวานที่ติดตัวคนเอาแต่ใจนั้นช่างแสนไม่น่าจดจำ เพราะมันมาจากผู้หญิงซักคนบนโซฟาหนังสีดำตัวนั้น

ช่วงชิงจนรสจูบนั้นคาวไปด้วยรสเลือด ริมฝีปากบางสวยซึมเลือดเบาๆด้วยแรงกระทบจนแตกเป็นแผลเส้นบางโดยที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รับรู้ถึงความเจ็บ 
ภายในอกบีบแน่นและห้วงความคิดไม่ปะติดปะต่อกดดันราวกับจะทำให้เป็นบ้า 
น้ำตาหยุดไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้...........
ทั้งที่ห้วงลมหายใจเริ่มแผ่วเบาลงและประทับจูบจากเรียวอ่อนหวานขึ้น 

หากจะดิ้นให้หลุดก็ทำได้ง่ายเพราะแขนแกร่งที่รัดแน่นเริ่มคลายอ้อมกอดลงแล้ว
แต่ที่ชัดเจนและแน่นอน มันคือความรู้สึกรักของฮิโรกิ 

ถึงจะอย่างไรเรียวก็ยังคงเป็นคนที่ฮิโรกิรักเสมอ

น้ำตาเริ่มไหลลงมาอีกครั้งร่างทั้งร่างสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดราวกับเข็มนับพันเข้าทิ่มแทง 

ชายหนุ่มเจ้าอารมณ์เริ่มรู้สึกตัวกับการกระทำอันเลวร้ายของตนจึงได้แต่ปลดปล่อยริมฝีปากสวยนั้นให้เป็นอิสระ.....

จูบลาที่เปลือกตาช้ำพร้อมกระซิบคำขอโทษ..

มันคงอ่อนโยนไม่พอและไม่มีความกล้าพอที่จะทำมาให้เป็นของตน..

ทั้งสามคนอยู่บนความสับสนของทางแยกระหว่างมิตรภาพ..

ไม่มีใครมีความกล้าที่จะก้าวออกไปเกินกว่าเส้นบางๆที่ตนเองสร้างขึ้น

ผนังห้องสะท้อนความเศร้าของผู้เป็นเจ้าของห้องนอน...............เงาร่างบางที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ที่ปลายเตียง เงาร่างสูงพร้อมแกรนด์เปียโนที่แสนเศร้า หรือแม้แต่เงาของคนที่กำลังชกกำแพงห้องอย่างบ้าคลั่งก็ในตอนนี้.


.............................................................................................................


Emotion of Destiny child translator lyric .

มันจบและสิ้นสุดลงแล้ว
แต่ความเจ็บปวดในใจยังฝังลึกอยู่ภายในนั้น
และคืนนี้…ใครกันนะที่เธอกำลังแนบชิดด้วย??…เข้ามาแทนที่ฉันคนนี้

แล้วเธออยู่ที่ไหนในตอนนี้ ตอนที่ฉันต้องการเธอที่สุด
หยาดน้ำตาพรั่งพรูลงบนหมอนของฉัน 
ไม่ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
ฉันจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายน้ำเพื่อให้มันไหลลงสู่มหาสมุทรเช่นเธอ
เธอคงไม่เคยมองเห็นฉันที่หัวใจแตกสลายคนนี้

คำพูดจากใจของคนที่หัวใจร้าวราน
มันเป็นแค่อารมณ์ ที่ครอบงำฉันอยู่ในขณะนี้
ติดอยู่กับความเศร้า หลงอยู่ในดวงวิญญาณ
แต่ถ้าเธอไม่กลับมาหาฉัน…
อย่างน้อยกลับบ้านมาหาฉันก็ยังดีที่รัก
เธอไม่รู้เลยหรือว่า ไม่มีใครในโลกนี้
ที่จะกอดฉันได้อย่างแนบแน่น
และไม่มีใครในโลกนี้ที่จะได้จูบราตรีสวัสดิ์ฉัน

ฉันเคยอยู่ตรงนี้ข้างๆเธอ
ฉันเคยเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่งที่เธออยากให้เป็น
แต่เธอกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของใครคนอื่น
เธอยังคงเสาะหาดวงดาวที่สว่างสุกไส

แล้วเธออยู่ที่ไหนในตอนนี้ ตอนที่ฉันต้องการเธอที่สุด
หยาดน้ำตาพรั่งพรูลงบนหมอนของฉัน 
ไม่ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
ฉันจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายน้ำเพื่อให้มันไหลลงสู่มหาสมุทรเช่นเธอ
เธอคงไม่เคยมองเห็นฉันที่หัวใจแตกสลายคนนี้

คำพูดจากใจของคนที่หัวใจร้าวราน
มันเป็นแค่อารมณ์ ที่ครอบงำฉันอยู่ในขณะนี้
ติดอยู่กับความเศร้า หลงอยู่ในดวงวิญญาณ
แต่ถ้าเธอไม่กลับมาหาฉัน…
อย่างน้อยกลับบ้านมาหาฉันก็ยังดีที่รัก
เธอไม่รู้เลยหรือว่า ไม่มีใครในโลกนี้
ที่จะกอดฉันได้อย่างแนบแน่น
และไม่มีใครในโลกนี้ที่จะได้จูบราตรีสวัสดิ์ฉัน

…………………………………………………………….


Talk:::::
เออว่าแล้วก็เปิดโปรเจ็คฟิคเรียวจี้ได้ซะทีนะพี่น้อง5555+เค้าคิดพอทเรื่องไม่เคยลงตัวเลยก็เลยไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันแต่อันนี้ลงตัวแระ-///-ก็คงมีอีกหลายพาท..ขอปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์บ้าง..ความจริงคือแอบนอยด์มีคนเม้นบอกฟิกที่เค้าเขียนไม่มีเรื่องราวมีแต่NCT^T..ก็อ่านช๊อทฟิกแบบพาทเดียวจบมันก้งั้นดิ-*-มาอ่านแบบเป็นเรื่องราวบ้างเหอะ5555+เค้าเนี้ยจอมหักมุมฆ่าพระรองทำร้ายพระเอกตัวแม่เลยนะอิอิ
พูดถึงฟิคกันบ้างแบบว่าพี่จินดูดีมากแสนดีอินี้สร้างภาพรึเปล่า??5555+อิเรียวเลวได้ใจเพลย์บอยสุดตัวแต่แบบแอบเศร้าในตอนท้ายที่จริงมันก็รักน้องแหละแต่หลีกให้เพื่อนอะไรเงี้ยอิอิน้องก็แบบเลือกไม่ได้พอทหนังรักเปะ5555+แต่เราจะให้น้องจี้บอบบางแต่ปากร้ายเฉือดเฉือนธุรกิจปัญหาวงค์ตระกูลบ้างให้สับสนกันไป-////-ไงก้เป็นกำลังใจให้ตอนต่อไปด้วยนะเคอะ^^

edit @ 27 Jan 2012 11:07:52 by buble_b

Comment

Comment:

Tweet